เร่งกู้ศรัทธาบินไทย บอร์ดฯ สั่งตั้งกรรมการสอบอดีตดีดี ขีดเส้น 30 วัน ต้องได้ข้อสรุป
เร่งกู้วิกฤตศรัทธาการบินไทย บอร์ดฯ ตั้งกรรมการสอบอดีตดีดี สางปมกระเป๋าค้าง 2.5 หมื่นใบ ขีดเส้น 30 วัน ต้องจบ…

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า บอร์ดการบินไทยได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของการบริหารงานของ นายชาย เอี่ยมศิริ อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) กรณีปัญหาการให้บริการของการบินไทยในช่วงปลายเดือน ต.ค. 2569 ซึ่งมีสัมภาระผู้โดยสารตกค้างประมาณ 25,000 ใบ และมีเที่ยวบินถูกยกเลิก 200 เที่ยวบิน จนส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและภาพลักษณ์ของสายการบินแห่งชาติ โดยจะตรวจสอบอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อหาสาเหตุของปัญหา พร้อมจัดทำแผนรองรับและมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก รวมถึงฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้โดยสารให้กลับคืนมาอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบปัญหาสำคัญด้านกำลังคนไม่เพียงพอ โดยมีพนักงานไม่มาปฏิบัติงานกว่า 200 คน อีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อผู้รับผิดชอบในการนำแผนฉุกเฉินมาใช้ได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการประสานขอกำลังพลจากกองทัพเข้ามาช่วยเหลือไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วเหมือนในอดีต ทั้งที่ทราบถึงปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น จึงได้กำชับให้คณะกรรมการเร่งสอบสวนหาสาเหตุและข้อบกพร่องทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างชัดเจนและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอย
ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งตรวจสอบสัญญาจ้างและโครงสร้างการบริหารจัดการของบริษัทผู้รับเหมาช่วงที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการภาคพื้นดิน ทั้งงานจัดส่งสัมภาระและงานภาคพื้นอื่น ๆ อาทิ บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด รวมถึงบริษัทภายนอกรายอื่น โดยจะตรวจสอบครอบคลุมทั้งระบบปฏิบัติการ แผนการทำงาน การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากร ตลอดจนความรับผิดชอบของผู้บริหาร เพื่อให้ทราบถึงต้นตอของปัญหาและกำหนดผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
นายลวรณ กล่าวว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์จะคลี่คลายแล้ว การบินไทยสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาสัมภาระตกค้าง และอัตราการบินตรงต่อเวลากลับมาดีขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือการเร่งเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ไม่ควรรอให้ผู้โดยสารยื่นเรื่องร้องเรียนก่อน หากสายการบินมีข้อมูลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้ว ควรเร่งจ่ายเงินชดเชยตามสิทธิที่พึงได้รับ พร้อมยอมรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเยียวยาผู้โดยสารในครั้งนี้
นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงของการบินไทยได้ปรับแผนการทำงาน โดยลงพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยตามเคาน์เตอร์บริการและแก้ไขปัญหาคอขวดในแต่ละจุดปฏิบัติงาน ควบคู่กับการบริหารกำลังคนและสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงาน
พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งยกเลิกมาตรการตัดเงินค่าล่วงเวลา (โอที) ในช่วงวิกฤตและช่วงที่มีภารกิจสำคัญระดับโลก เช่น การประชุม IMF-World Bank 2026 เพื่อรักษากำลังคนหน้างานและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน รวมถึงให้จัดทำมาตรการรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ทั้งสภาพอากาศและอุทกภัย เพื่อให้การบินไทยสามารถบริหารจัดการเที่ยวบินและให้บริการผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต
คลิปจากอีจัน
มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้ไหม
แจ้งเบาะแสหรือสอบถามทีมข่าวอีจันได้โดยตรง










ความคิดเห็น(0)
เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นกับชาวอีจัน